แนะนำ เว็บไซต์ Muscle.in.th

1. จุดมุ่งหมายในการปรับปรุงเว็บไซต์

สร้างชุมชนเพาะกายที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการแบ่งปันความรู้ และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้กฏระเบียบของเว็บไซต์

2. มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

  • จากเดิมที่เว็บไซต์แห่งนี้เป็นบล็อกเพาะกายของผมคนเดียว กลายเป็นบล็อกเพาะกายของเพื่อนๆ ทุกคน โดยที่ผมดูแลความเรียบร้อยให้
  • สมัครสมาชิกได้แล้ว (ตามคำเรียกร้อง)
  • สมาชิกมีบล็อกเพาะกายเป็นของตัวเอง
  • มีเว็บบอร์ดแล้วครับ
  • มีระบบห้องสมุด แบ่งหนังสือเป็นหมวดหมู่

โปรแกรมคำนวณพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน (คำนวณแคลอรี) สูตรคุณปืน

สำหรับนักเพาะกาย และคนที่รักสุขภาพทุกคนนั้น การที่ต้องทราบปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็คำนวณยากเช่นกัน เนื่องจากมีสูตรการคำนวณอยู่หลายวิธี

โปรแกรมคำนวณพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน (คำนวณแคลอรี) นี้ ผมได้สูตรการคำนวณมาจาก ไดของคุณปืนที่ thaimuscle.net ครับ

มาคำนวณปริมาณอาหารที่ต้องทานกันดีกว่าครับ

เนื่องจากที่คุณ prakin ถามไว้ในเว็็บบอร์ดว่า ต้องทานอะไร ปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน และผมตอบไปแล้วครับ

แต่มาคิดๆ ดู ผมไม่เคยเขียนเกี่ยวกับการคำนวณเรื่องนี้เลย เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ฝึกเพาะกายทุกคน รวมถึงคนที่รักสุขภาพทั่วไป ก็เลยขอยกคำตอบจากเว็บบอร์ดมาไว้ในส่วนนี้นะครับ แต่ปรับเนื้อหาให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกเล็กน้อยครับ และมีโปรแกรมคำนวณให้ใช้ ถ้าไม่อยากคิดเอง

เริ่มคำนวณตามนี้เลยครับ

1. คำนวนแคลอรี่ที่ต้องใช้ก่อนครับตามนี้ครับ

(สูตรการคำนวณนี้ผมขอให้เครดิตกับคุณปืนนะครับ ผมอ่านเจอจากไดคุณปืนที่ thaimuscle.net)

ผู้ชาย:  { [66 + (13.7*นน.เป็น กก.) + (5*ส่วนสูงเป็น ซม.)] - (6.8*อายุเป็นปี) } * ระดับกิจกรรม

ผู้หญิง:  { [655 + (9.6*นน.เป็น กก.) + (1.8*ส่วนสูงเป็น ซม.)] - (4.7*อายุ) } * ระดับกิจกรรม

เลือกออกกำลังกายช่วงไหนดีกว่ากัน "เช้า" หรือ "เย็น"

เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจ เพราะอะไรเหรอค่ะ ?  คงเป็นเพราะว่าเดี๋ยวนี้ เทรนด์ของสุขภาพกำลังมาแรง ประกอบกับโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายก็ได้วิวัฒนาการตัวเองแบบก้าวกระโดด สมัยนี้เราเลยได้ยินชื่อโรคแปลกๆ ที่มีเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ โรควัวบ้า โรคไข้หวัดนก โรคซาร์ และโรคล่าสุดที่ผวากันทั่วโลก ก็โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009

จะด้วยเหตุผลเรื่องโรคต่างๆ หรือว่าต้องการมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนก็แล้วแต่ วิธีการรับมือที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน คือ การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะออกกำลังแบบเพาะกาย

แอโรบิค วิ่ง ตีเทนนิส ว่ายน้ำ ฯลฯ ล้วนส่งผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น

ว่าแต่จะเลือกออกกำลังกายเวลาไหน ถึงจะดีที่สุด เช้า หรือ เย็น? คงเป็นคำถามที่หลายๆ คนอยากรู้ รวมทั้งตัวดิฉันเองด้วย วันนี้ดิฉันได้อ่านเจอบทความเรื่องนี้มา เลยนำมาเขียนเป็นไดอารี่แบ่งปันกับเพื่อนๆ สาวกเว็บ muscle.in.th ค่ะ

มารู้จักกับ CLA กันครับ

CLA คืออะไร
CLA เป็นชื่อย่อของกรดคอนจุเกเตดไลโนลีอิก (Conjugated Linoleic Acids) เป็นสารผสมของกรดไขมันไม่อิ่มตัว (polyunsaturated fatty acid) ที่เกิดในไส้พุงของสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น วัวควาย CLA จึงพบมากในผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากนม เนื้อวัว หรือแม้แต่เนื้อสัตว์ชนิดอื่น เช่น เนื้อแกะ กรดคอนจูเกเตดไลโนลีอิกประกอบด้วยไอโซเมอร์ตำแหน่ง และไอโซเมอร์เรขาคณิต พันธะคู่ของ CLA อยู่ที่อะตอมของคาร์บอนตำแหน่งที่ 10 และ 12 หรือ 9 และ 11 แต่ CLA รูปที่มีความว่องไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพมากที่สุด ได้แก่ ไอโซเมอร์ที่มีตำแหน่ง 9 ซิส (cis) และ 10 ทรานส์ (trans)

ความสำคัญของ CLA
ความ สนใจในแง่วิทยาศาสตร์สำหรับ CLA เริ่มต้นจากผลงานวิจัยของ ดร.ไมเคิล พาริซา นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน (แมดิสัน) สหรัฐอเมริกา ในปี 1988 ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังวิจัยการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในเนื้อสัตว์ ระหว่างการปรุงอาหารด้วยความร้อน เขาได้ค้นพบคุณสมบัติการต่อต้านมะเร็งจากการศึกษาหนูที่เลี้ยงด้วย แฮมเบอร์เกอร์ทอด CLA เป็นสารที่ไม่สามารถผลิตขึ้นได้ในร่างกายมนุษย์

แลร์รี่ แซตเตอร์ นักวิจัยเกษตรที่ชำนาญด้านน้ำนม แห่งศูนย์วิจัยอาหารเพื่อการสร้างน้ำนมสำหรับปศุสัตว์ ที่เมืองแมดิสัน รัฐวิสคอนซิน ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจจากการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณ CLA ในน้ำนมวัวที่ได้จากการปล่อยให้แม่วัวแทะเล็มหญ้าบนทุ่งหญ้า กับปริมาณที่ได้จากการเลี้ยงวัวด้วยเมล็ดพืช ฟาง หรือหญ้าหมักในไซโล ไว้ดังนี้ วัวที่เลี้ยงด้วยการให้เล็มหญ้า จะมี CLA ในน้ำนมมากว่าวัวที่เลี้ยงด้วยอาหารดังกล่าวถึง 500%

ทิปเพาะกาย "เล่นกล้ามอกแบบเจ้ายักษ์ตัวเขียว" โดย Lou Ferrigno

วันนี้ผมเอาทิปการฝึกเพาะกายของ Lou Ferrigno นักเพาะกาย Lou Ferrigno มาฝากครับ บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมตั้งชื่อเรื่องว่า "เล่นกล้ามอกแบบเจ้ายักษ์ตัวเขียว" เพื่อนๆ หลายคนคงไม่ทราบว่า Lou Ferrigno เคยรับบทเป็นเจ้ายักษ์ตัวเขียว (ที่จริงผมก็เพิ่งทราบเหมือนกันครับ) ในทีวีซีรีย์เรื่อง "The Incredible Hulk" ที่ออกฉายในอเมริกาช่วงปี 1977-1982 ซึ่งก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้น Lou Ferrigno เป็นนักเพาะกายระดับโปรมาตลอด เขาเคยได้ที่ 2 ในการประกวดเพาะกายรายการ Mr.Olympia เมื่อปี 1974 และ 20 ปีหลังจากนั้น ในปี 1994 เขาก็ได้รองแชมป์อีกครั้งในรายการ Masters Mr.Olympia (Mr.Olympia ในรุ่นสูงอายุ) ไม่ว่าจะอายุจะอยู่หลัก 20 หรือ 40 Lou Ferrigno ก็ยังมีดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะกล้ามหน้าอก ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนหนึ่งที่มีกล้ามหน้าอกที่ดีที่สุดในโลก วันนี้เราจะได้รู้กันครับว่าเขามีวิธีการฝึกอย่างไร

Lou Ferrigno แนะนำการฝึกกล้ามหน้าอก:

  • ผมบริหารกล้ามอกด้วยท่าพื้นฐาน เช่น benches press, inclines, declines และ flyes
  • ในการบริหารท่า press ผมชอบใช้บาร์เบลมากกว่าดัมเบล และเมื่อดันบาร์เบลขึ้นไปจนสุด ผมจะเกร็งกล้ามอกค้างไว้ 2-3 วินาทีทุกครั้ง และพยายามระวังไม่ให้ข้อศอกล็อกขณะดันขึ้นไปจนสุด เพื่อให้แน่ใจว่าผมไม่ได้เกร็งกล้ามไทรเซป (หากล็อกข้อศอกกล้ามไทรเซปจะเกร็งพร้อมกล้ามหน้าอกด้วย)
  • ท่า Dumbbell pullovers ทำsuperset กับท่า cable crossovers เป็นการผสมผสานที่เยี่ยมยอด โดยที่ Dumbbell pullovers จะยืดกล้ามหน้าอกของคุณ และ cable crossovers จะทำให้กล้ามหน้าอกของคุณต้องหดเกร็งอย่างสุดๆ มันช่วยให้คุณได้ทำสิ่งที่ต่างกัน หลังจากที่เล่นอีกท่านึงเสร็จ
  • ผมจะใช้การบริหารแบบพีระมิด ในท่าที่เป็นท่า press (ท่าที่ดันน้ำหนักออกจากตัว) โดยให้เซตสุดท้ายจบที่ 6 reps (ครั้ง) การบริหารด้วยจำนวนครั้งที่น้อยลง โดยน้ำหนักมากขึ้น จะช่วยให้กล้ามอกของผมแข็งแรงขึ้น

ทิปเพาะกาย "Bench press ให้เหมือนพวกกล้ามโต" โดย Marty Gallagher

ทิปเพาะกายคราวนี้ เป็นคำแนะนำจาก Marty Gallagher ซึ่งเป็นโค้ชด้านความแข็งแรงของร่างกาย ผู้เขียนหนังสือ The Purposeful Primitive เขาแนะนำเทคนิคการฝึกเพาะกายในท่า Bench ไว้หน้าสนใจครับ

ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก่อนว่า เป้าหมายของ Marty Gallagher คือการสร้างความแข็งแรง แต่จุดประสงค์ของนักเพาะกายอาจแตกต่างออกไปเล็กน้อย (นักเพาะกายไม่ได้ฝึกเพื่อยกให้ได้หนักที่สุด แต่ฝึกเพื่อให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น) แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทั้งสองเป้าหมายก็ยังมีความสัมพันธ์กัน เพราะการจะเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนั้น สัมพันธ์กับขนาดของกล้ามเนื้อที่ต้องเพิ่มขึ้นด้วย

Marty Gallagher กล่าวว่า

"ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจความจริงอย่างหนึ่งของร่างกายก่อน นั่นคือ การเพิ่มความแข็งแรง=การเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ และเพื่อการเพิ่มกล้ามเนื้อหน้าอก ท่าฝึกที่ดีที่สุดคือ Flat Bench Press"

กลยุทธ์การเพิ่มขนาดกล้ามแขนของ Frank Mcgrath

วันนี้เอาทิปการฝึกกล้ามแขนของนักเพาะกาย Frank Mcgrath เจ้าของแชมป์เพาะกาย รายการ Canadian Championships ปี 2003 มาฝากกันครับ

กลยุทธ์การฝึกกล้ามแขนที่ดีที่สุดของ Frank Mcgrath

  • ฝึกกล้ามเนื้อ biceps และกล้ามเนื้อ triceps ด้วยเทคนิค Superset ซึ่งมันยอดเยี่ยมมากในการเพิ่มขนาดกล้ามแขน
  • นอกจากท่า Pushdowns แล้ว Frank จะฝึกกล้ามเนื้อ biceps และกล้ามเนื้อ triceps ด้วยท่าที่ใช้ฟรีเวททั้งหมด
  • ฝึกท่า barbell curls และ lying triceps extensions ด้วยระบบเซ็ตแบบปิระมิด
  • ฝึกกล้ามเนื้อแขน 1 ครั้ง/สัปดาห์
  • วอร์ม 2 เซตก่อนฝึกกล้ามเนื้อ biceps และกล้ามเนื้อ triceps
  • ฝึกกล้ามเนื้อ forearms ด้วยท่า wrist curls, reverse wrist curls และ reverse curls

ผลการแข่งขันกีฬาเพาะกายไทย Latchford Classic 2009

somkid

สมคิด สุเมโธเวชกุล คว้าแชมป์แลชฟอร์ด คลาสสิค 2009 ปิดการแข่งขันนัดสุดท้ายปี 52 หลังผลงานเหรียญทองแดงเพาะกายโลก รุ่น 65 กิโลกรัม ที่เมืองดูไบ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

การแข่งขันกีฬาเพาะกายและงัดข้อชิงชนะเลิศศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร หรือแลชฟอร์ด คลาสสิค 2009 สิ้นสุดลงเมื่อคืนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน 204 คน จาก 27 สังกัดทั่วประเทศ ท่ามกลางเสียงเชียร์กีฬาเพาะกายสลับกับงัดข้อสร้างความคึกคักให้การแข่งขันเป็นอย่างมาก ส่วนรางวัลแชมป์แห่งปีเป็นของสมคิด สุเมโธเวชกุล นักเพาะกายชาวเชียงราย จากค่ายพาวเวอร์โซนยิม คว้าถ้วยแลชฟอร์ดไปครองสมใจ

สำหรับผลการแข่งขันรุ่นอื่นๆ มีดังต่อไปนี้

1.บอดี้ คลาสสิคชาย

รุ่นความสูงไม่เกิน 170 เซนติเมตร

เหรียญทอง ปริญญา อ้ายเหมย (พาวเวอร์โซนยิม)

เหรียญเงิน เศกสรรค์ สินเส็ง (ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร)

เหรียญทองแดง กฤษฏ์ ภูมิศิริกุล (พาวเวอร์โซนยิม)

Jay Cutler "ทำงานกับกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ลูกน้ำหนัก"

นักเพาย Jay CutlerJay Cutler เจ้าของตำแหน่งแชมป์เพาะกายรายการ Mr.Olympia 3 สมัย (ปี 2006, 2007, 2009) และรองแชมป์อีก 5 สมัย (ปี 2001, 2003, 2004, 2005, 2008) เขามาแบ่งปันไอเดียเกี่ยวกับการทำให้ การเชื่อมโยงระหว่างจิตใจและกล้ามเนื้อดีขึ้น โดยจะยกตัวอย่างกล้ามเนื้อTraps (บ่าหรือหนอกคอ)

Jay Cutler :"เอาจิตใจไว้ที่กล้ามเนื้อของคุณ"

  • "อย่าไปคิดว่าลูกเหล็กจะขึ้นหรือลง แต่ให้จินตนาการว่ากล้ามเนื้อของคุณกำลังอัดแน่นขึ้น และกำลังเผาไหม้ระหว่างที่กล้ามเนื้อกำลังหดตัว ในขณะที่กล้ามเนื้อคลายตัวให้คิดว่ากำลังออกแรงต้านทานมัน และกล้ามเนื้อกำลังยืดออกไป"
  • "เพื่อเพิ่มกำลังการเชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อกับจิตใจ ผมจะฝึกซ้อมโพสกล้ามเนื้อระหว่างเซตด้วย"
  • "ทำตามสัญชาตญาณของตัวคุณเอง มันไม่มีอะไรที่ถูก หรือผิดเกี่ยวกับการวางตำแหน่งของร่างกายขณะบริหาร หาให้เจอว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคุณ เพราะร่างกายเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน"
  • "ทำงานกับกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ลูกน้ำหนัก"
Syndicate content