ตารางฝึกสูตรคุณ TUM ผู้หญิงฝึกได้มั๊ย..
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
สงสัยค่ะ น้ำหนักตอนนี้ 44 กก. ส่วนสูง 158 ซม. ต้องการเล่นดัมเบลเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ (เพื่อน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นด้วย)
สามารถฝึกตามตารางคุณ TUM ได้หรือไม่ ตารางฝึกนี้มันเหมาะกับผู้หญิงหรือปล่าวค่ะ หรือว่าจะหนักเกินไปช่วยแนะนำด้วยค่ะ
ปล.เข้าฟิตเนสครั้งแรกเล่นดัมเบล มีแต่คนแอบยิ้มหมดความมั่นใจค่ะทั้งที่ศึกษาวิธีการเล่นมาแล้วเชียว
ขอบคุณค่ะ จะพยายามต่อไป ตั้งเป้าหมายไว 6 เดือน จะต้องเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ให้ดูแข็งแรงและสุขภาพดี (สู้สู้!!!)
k.goflz มีคำถามค่ะ สมมุติว่าเราเล่นดัมเบลบริหารไหล่ด้านนอก โดยเลือกมา 1 ท่า เล่นไปซัก 6 เดือน จำเป็นมั๊ยว่าจะต้องเปลี่ยนไปเล่นท่าอื่นบ้าง หรือจะเล่นท่านี้ตลอดไปก็ได้แต่เพิ่มน้ำหนักให้มากขี้น และที่มีคนบอกว่าเล่นไปนานๆ กล้ามเนื้อจะเริ่มชิน ชินอันนี้คืออะไรชินกับน้ำหนักที่เล่นใช้หรือไม่
การฝึกเพาะกายจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าฝึกที่ใช้ฝึกบ้างครับ จุดประสงค์คือ
- เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเคยชินกับท่าฝึกเดิมๆ
คำว่าเคยชินก็คือ กล้ามเนื้อเราไม่พัฒนาจากการฝึกแบบนั้นแล้ว เนื่องจากการฝึกท่าเดิมๆ น้ำหนักเท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลักของการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยการเพาะกาย คือ การทำให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย เพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อ(เส้นใยเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนะครับ ไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ)เกิดการฉีกขาด แล้วกล้ามเนื้อจะซ่อมแซมตัวเอง พร้อมทั้งทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น คราวนี้จะเห็นว่าเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตได้แล้ว การฝึกครั้งหลังๆ เส้นใยกล้ามเนื้อจะไม่เสียหายอีก กล้ามเนื้อจะไม่พัฒนาอีก แก้ไขโดย เพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกขึ้นอีก หรือเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนความกว้างในการจับอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนท่าฝึกและอีกสาเหตุก็เป็นเหมือนคำกล่าวในโฆษณา ที่นักกอล์ฟบอกว่า "ฝึกจนกล้ามเนื้อจำวงสวิงได้" หมายความว่า ในการฝึกทุกครั้งนอกจากกล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน แต่เป็นไปช้ากว่าการพัฒนาขนาดของกล้ามเนื้อ จะเห็นว่าคนที่เพิ่งเริ่มฝึกเพาะกาย จะกำหนดความรู้ึสึกไปที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งไม่ค่อยได้ แต่จะทำได้เองเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เพราะระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาดีขึ้น การพัฒนานี้ส่งผลให้กระแสประสาทที่ถูกส่งจากสมองไปสู้กล้ามเนื้อมีความแรงมากขึ้น กล้ามเนื้อก็จะมีแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ขนาดกล้ามเนื้อเท่าเดิม เมื่อเราฝึกแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน การเชื่อมโยงจะถูกทำให้การเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นโดยอัตโนมัติ และเราสามารถฝึกท่านั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
- เพื่อให้กล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาในทุกมุม
การฝึกกล้ามเนื้อเหมือนเดิมตลอดเวลา ผลที่ได้ก็จะเกิดกับกล้ามเนื้อมัดเดิมตลอด แต่กล้ามเนื้อแต่ละส่วนประกอบด้วยกล้ามเนื้อหลายมัด ซึ่งเราต้องฝึกให้พัฒนาอย่างสมดุลกัน เพื่อความสวยงาม เช่นกล้ามเนื้อหัวไหลก็มี 3 มัด คือ มัดหน้า, มัดกลาง(ข้าง) และมัดหลัง เราก็ฝึกให้ได้รูปร่างที่สมดุลกัน ดูแล้วสวยงาม - เพื่อป้องกันการเบื่อหน่ายในการฝึก
ข้อนี้สำคัญกับคนที่ฝึกเพาะกายมานานๆ เพราะหากให้ฝึกเหมือนเดิมตลอด คงเบื่อ แล้วจะพาลให้เลิกฝึกเพาะกายได้ และอีกอย่างคือเมื่อเราศึกษาเพาะกายไปซักพัก เราจะรู้จักท่าฝึกที่หลากหลายมาก ซึ่งทำให้อยากลองฝึกท่านั้นบ้าง ท่านี้บ้าง ครั้นจะเอามาฝึกในวันเดียวหมดก็มากเกินไป ครั้นจะเปลี่ยนท่าฝึกในทุกวันที่ฝึกก็ดูจะเป็นการฝึกที่หลากหลายเกินไป ผมแนะนำว่า ในแต่ละส่วนเราควรมีท่าฝึกหลักๆ ที่จะใช้ฝึกก่อน(ส่วนใหญ่เป็นท่าประเภท Compound ซึ่งคือท่าที่ต้องใช้จุดหมุนของร่างกายตั้งแต่ 2 จุดขึ้นไปในการฝึก) ซึ่งอาจมี 1-3 ท่า แล้วมีท่าอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งเราจะวนกันไปเรื่อยๆ ตามตารางฝึกที่เราออกแบบไว้ครับ
ขอบคุณค่ะ หากมีอะไรสงสัยขอถามอีกน่ะค่ะ
ครับผม 
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น





ผู้หญิงก็ฝึกตามนี้ได้ครับ ไม่หนักเกินไป คนทุกเพศ ทุกวัย ฝึกได้หมดครับ เพราะตารางไม่ได้ระบุน้ำหนักที่ต้องใช้ ดังนั้นน้ำหนักที่ใช้มันจะขึ้นกับแต่ละคนอยู่แล้วครับ แค่ช่วงแรกเราต้องหาน้ำหนักที่พอดีกับตัวเราก่อนครับ แล้วค่อยๆ เพิ่มเข้าไปตามลำดับในตารางครับ
ส่วนเรื่องที่หมดความมั่นใจในฟิตเนสนั้น ถ้าเราเข้าใจว่าทุกคนก็เริ่มจากจุดนี้เหมือนกันทั้งนั้น ไม่ต้องอาย ไม่ได้ผิดอะไรครับ ขอให้ทำต่อไปนะครับเพื่อตัวเราเอง อย่าอาย อย่าท้อ
บางครั้งการศึกษาวิธีการเล่นเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องลองดูวิดีโอการฝึกของนักเพาะกายจริงๆ ดูครับ เพื่อจะได้เข้าใจวิธีการฝึกแต่ละท่ามากขึ้นครับ
มีอะไรสงสัยถามได้ตลอดเลยครับ