eclair's blog
8 เคล็ดลับลดน้ำหนักแบบไม่ต้องอดอาหาร
วันนี้ขอนำเอาวิธีการลดน้ำหนักสำหรับคนขี้เกียจ หรือว่าคนที่ไม่ชอบวิธีลดน้ำหนักแบบอื่นๆ มาให้ลองทำดูค่ะ จะได้ผลยังไงบอกกันมั่งนะคะ
1. เพิ่มปริมาณน้ำ
ทำไม ถึงต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ก็เพราะว่าน้ำเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ช่วยปรับความร้อนของร่างกายให้คงที่อยู่เสมอ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่แห้งตึง แล้วยังช่วยการทำงานของระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือช่วยให้การทานอาหารลดลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น เราจึงควรดื่มน้ำให้มากๆ แทนการดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำผลไม้ เพราะน้ำเปล่าคือเครื่องดื่มที่ดีที่สุดในโลก
2. ปรับเปลี่ยนอาหาร
ลอง ปรับเปลี่ยนการเลือกรับประทานอาหารใหม่ เช่น เลือกรับประทานข้าวโอ๊ตแทนการกินซีเรียลเลือกน้ำสลัดไขมันต่ำแทนน้ำสลัด ธรรมดา หรือเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวสวย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นค่อยๆ ทำไปทีละอย่างก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืนแต่อย่างใด
3. ทิ้งอาหารขยะไปซะ
อาหาร ขยะมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ มักจะประกอบไปด้วย เกลือ น้ำตาล ไขมัน หรือแคลอรีในปริมาณสูง ซึ่งเป็น ตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมาก วิธีที่คุณจะสามารถกำจัดอาหารขยะคือ เก็บกวาดอาหารขยะทั้งหลายในตู้เย็น ตู้อาหาร โยนทิ้งไปซะ แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อมาเก็บไว้อีก
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเ็ห็น
- อ่านต่อ
- ผู้อ่าน 4491 คน
- หมวดหมู่: ลดความอ้วน
- tags: ลดไขมัน,
- ลดน้ำหนัก,
- ลดความอ้วน
วิธีอร่อย...แบบไม่อ้วน
"อ้วน" กำลังจะกลายเป็นคำหยาบที่ไม่มีใครอยากได้ยิน ใครๆ ต่างพากันหาวิธีรักษาสุขภาพให้ไม่อ้วน หรือตกอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน กันยกใหญ่
สูตรลดความอ้วนหลายหลากถูกนำเสนอกันขึ้นมา ล่าสุด จากการวิเคราะห์ผลการสำรวจภาวะโภชนาการแห่งชาติ โดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าร้อยละ 63.4 ของพลังงานที่คนไทยบริโภคในแต่ละวันนั้น มาจากข้าวและผลิตภัณฑ์จากธัญพืช บวกกับพลังงานร้อยละ 2.1 ได้มาจากน้ำตาลทราย แล้วยังมีพลังงานส่วนน้อยที่มาจากคาร์โบไฮเดรตในเครื่องดื่ม (1.4%) และผลไม้ (1.1 %)
แสดงว่า พลังงานคาร์โบไฮเดรตที่คนไทยบริโภคแต่ละวัน คิดเป็นร้อยละ 60 กว่านั้น ทำให้คนวัยทำงานเกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ดังนั้นจึงควรจะลดสารอาหารคาร์โบไฮเดรตในแต่ละวันลง
รศ.ดร.ปรียา ลีฬหกุล อาจารย์ นักโภชนาการจากสำนักงานวิจัย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำว่าคนไทยสามารถหลีกหนีโรคอ้วนโดยยังอร่อยได้อร่อยดีอยู่ ไม่ขัดกับชีวิตประจำวันและยังมีความสุขกับการกินได้ โดยให้คำนึงถึงหลักว่า
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเ็ห็น
- อ่านต่อ
- ผู้อ่าน 1522 คน
- หมวดหมู่: ลดความอ้วน
- tags: โภชนาการ,
- ลดความอ้วน
การเพาะกายช่วยเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึ่ม
ได้อ่านเจอบทความที่น่าสนใจจากเว็บ eduzones เลยนำมาฝากให้่อ่านกันค่ะ
เมตาบอลิซึ่ม คือกระบวนการในสิ่งทั้งหลายที่เราทำ หรือที่เกิดขึ้นในร่างกายเรา ที่ต้องใช้พลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไป เช่น การหายใจ การคิด การย่อยอาหาร การเต้นของหัวใจ เดิน หรือการเล่นกีฬา กิจกรรมที่ใช้พลังงานเหล่านี้นี่เอง จะเป็นตัวกำหนดว่าคน จะอ้วน จะผอม จะเหลือไขมันพอกพูนอยู่ในร่างกายมากน้อยแค่ไหน
เมื่อคุณอายุราวๆ 30 ปี เมตาบอลิซึ่ม ของร่างกายจะเริ่มลดลงราว 5 % ต่อปี นั่นหมายความว่า ถ้าคุณกินอาหารเท่าเดิม แต่คุณก็อ้วนขึ้นๆ จนต้องเปลี่ยนไซด์ เสื้อผ้าให้ใหญ่ขึ้น เมื่อเรายิ่งอายุมากขึ้นมวลกล้ามเนื้อในร่างกายเรามันลดลง ทั้งนี้เป็นเพราะเราออกกำลังกายน้อยลง
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ คาดคะเนว่า ทุกๆ 1 ปอนด์ของกล้ามเนื้อที่หายไป ทำให้การเผาผลาญพลังงานลดลงไป 30 แคลอรี่ต่อวัน ผู้หญิงตอนอายุใกล้หมดประจำเดือน จะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปราวครึ่งปอนด์ต่อปี แต่พอหมดประจำเดือนแล้วจะสูญเสียราว 2 เท่า ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ออกกำลังกายด้วยแล้ว พออายุ 65 ปี ก็อาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปถึงครึ่งหนึ่ง ของที่เคยมีตอนยังสาว ทำให้ความสามารถในการเผาผลาญอาหารลดลง วันละ 200-300 แคลอรี่เป็นผลให้อ้วนง่าย
การเพิ่มการเผาผลาญพลังงานไขมันเมื่อเรา อายุมากขึ้นที่ง่ายๆ คือ การเพิ่มการออกกำลังกายโดยการเล่นกล้าม ไม่แนะนำให้ไปวิ่งไปเดิน เพราะแม้เป็นสิ่งดี แต่ก็เป็นเพียงการใช้กล้ามเนื้อเฉพาะบางมัดเท่านั้น
ถ้าท่านเล่นกล้ามให้กล้ามเนื้อให้กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนโตขึ้น แข็งแรงขึ้น จะทำให้การเผาผลาญพลังงานของท่านเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การเล่นกล้ามเช่น อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ภายในไม่กี่เดือน จะทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เท่ากับที่สูญเสียไปใน 5-10 ปี การเล่นกล้ามจึงเป็นวิธีสร้างความหนุ่มสาวให้เกิดขึ้นอย่าง ง่ายๆ และรวดเร็ว
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเ็ห็น
- อ่านต่อ
- ผู้อ่าน 837 คน
- หมวดหมู่: ความรู้เพาะกายทั่วไป
- tags: เมตาบอลิซึ่ม,
- เพาะกาย
เลือกออกกำลังกายช่วงไหนดีกว่ากัน "เช้า" หรือ "เย็น"
เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจ เพราะอะไรเหรอค่ะ …? คงเป็นเพราะว่าเดี๋ยวนี้ เทรนด์ของสุขภาพกำลังมาแรง ประกอบกับโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายก็ได้วิวัฒนาการตัวเองแบบก้าวกระโดด สมัยนี้เราเลยได้ยินชื่อโรคแปลกๆ ที่มีเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ โรควัวบ้า โรคไข้หวัดนก โรคซาร์ และโรคล่าสุดที่ผวากันทั่วโลก ก็โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
จะด้วยเหตุผลเรื่องโรคต่างๆ หรือว่าต้องการมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนก็แล้วแต่ วิธีการรับมือที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน คือ “การออกกำลังกาย” ไม่ว่าจะออกกำลังแบบเพาะกาย
แอโรบิค วิ่ง ตีเทนนิส ว่ายน้ำ ฯลฯ ล้วนส่งผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น
ว่าแต่จะเลือกออกกำลังกายเวลาไหน ถึงจะดีที่สุด “เช้า” หรือ “เย็น”? คงเป็นคำถามที่หลายๆ คนอยากรู้ รวมทั้งตัวดิฉันเองด้วย วันนี้ดิฉันได้อ่านเจอบทความเรื่องนี้มา เลยนำมาเขียนเป็นไดอารี่แบ่งปันกับเพื่อนๆ สาวกเว็บ muscle.in.th ค่ะ
- 6 ความคิดเห็น
- อ่านต่อ
- ผู้อ่าน 1324 คน
- หมวดหมู่: ความรู้เพาะกายทั่วไป
- tags: เวลาในการออกกำลังกาย



