ตารางฝึกเพาะกาย
ทำไมการฝึกเพาะกายจึงควรเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึก และเปลี่ยนท่าฝึกบ้าง
การฝึกเพาะกายจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าฝึกที่ใช้ฝึก และเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกบ้างครับ จุดประสงค์คือ
- เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเคยชินกับท่าฝึกเดิมๆ
คำว่าเคย ชินก็คือ กล้ามเนื้อเราไม่พัฒนาจากการฝึกแบบนั้นแล้ว เนื่องจากการฝึกท่าเดิมๆ น้ำหนักเท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลักของการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยการเพาะกาย คือ การทำให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย เพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อ(เส้นใยเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนะครับ ไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ)เกิดการฉีกขาด แล้วกล้ามเนื้อจะซ่อมแซมตัวเอง พร้อมทั้งทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น คราวนี้จะเห็นว่าเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตได้ แล้ว การฝึกครั้งหลังๆ เส้นใยกล้ามเนื้อจะไม่เสียหายอีก กล้ามเนื้อจะไม่พัฒนาอีก แก้ไขโดย เพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกขึ้นอีก หรือเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนความกว้างในการจับอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนท่าฝึกและ อีกสาเหตุก็เป็นเหมือนคำกล่าวในโฆษณา ที่นักกอล์ฟบอกว่า "ฝึกจนกล้ามเนื้อจำวงสวิงได้" หมายความว่า ในการฝึกทุกครั้งนอกจากกล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน แต่เป็นไปช้ากว่าการพัฒนาขนาดของกล้ามเนื้อ จะเห็นว่าคนที่เพิ่งเริ่มฝึกเพาะกาย จะกำหนดความรู้ึสึกไปที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งไม่ค่อยได้ แต่จะทำได้เองเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เพราะระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาดีขึ้น การพัฒนานี้ส่งผลให้กระแสประสาทที่ถูกส่งจากสมองไปสู้กล้ามเนื้อมีความแรง มากขึ้น กล้ามเนื้อก็จะมีแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ขนาดกล้ามเนื้อเท่าเดิม เมื่อเราฝึกแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน การเชื่อมโยงจะถูกทำให้การเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นโดยอัตโนมัติ และเราสามารถฝึกท่านั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 3266 คน
ทำไมการฝึกเพาะกายจึงควรเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึก และเปลี่ยนท่าฝึกบ้าง
การฝึกเพาะกายจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าฝึกที่ใช้ฝึก และเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกบ้างครับ จุดประสงค์คือ
- เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเคยชินกับท่าฝึกเดิมๆ
คำว่าเคย ชินก็คือ กล้ามเนื้อเราไม่พัฒนาจากการฝึกแบบนั้นแล้ว เนื่องจากการฝึกท่าเดิมๆ น้ำหนักเท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลักของการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยการเพาะกาย คือ การทำให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย เพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อ(เส้นใยเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนะครับ ไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ)เกิดการฉีกขาด แล้วกล้ามเนื้อจะซ่อมแซมตัวเอง พร้อมทั้งทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น คราวนี้จะเห็นว่าเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตได้ แล้ว การฝึกครั้งหลังๆ เส้นใยกล้ามเนื้อจะไม่เสียหายอีก กล้ามเนื้อจะไม่พัฒนาอีก แก้ไขโดย เพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกขึ้นอีก หรือเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนความกว้างในการจับอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนท่าฝึกและ อีกสาเหตุก็เป็นเหมือนคำกล่าวในโฆษณา ที่นักกอล์ฟบอกว่า "ฝึกจนกล้ามเนื้อจำวงสวิงได้" หมายความว่า ในการฝึกทุกครั้งนอกจากกล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน แต่เป็นไปช้ากว่าการพัฒนาขนาดของกล้ามเนื้อ จะเห็นว่าคนที่เพิ่งเริ่มฝึกเพาะกาย จะกำหนดความรู้ึสึกไปที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งไม่ค่อยได้ แต่จะทำได้เองเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เพราะระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาดีขึ้น การพัฒนานี้ส่งผลให้กระแสประสาทที่ถูกส่งจากสมองไปสู้กล้ามเนื้อมีความแรง มากขึ้น กล้ามเนื้อก็จะมีแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ขนาดกล้ามเนื้อเท่าเดิม เมื่อเราฝึกแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน การเชื่อมโยงจะถูกทำให้การเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นโดยอัตโนมัติ และเราสามารถฝึกท่านั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 3266 คน
ทำไมการฝึกเพาะกายจึงควรเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึก และเปลี่ยนท่าฝึกบ้าง
การฝึกเพาะกายจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าฝึกที่ใช้ฝึก และเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกบ้างครับ จุดประสงค์คือ
- เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเคยชินกับท่าฝึกเดิมๆ
คำว่าเคย ชินก็คือ กล้ามเนื้อเราไม่พัฒนาจากการฝึกแบบนั้นแล้ว เนื่องจากการฝึกท่าเดิมๆ น้ำหนักเท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลักของการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยการเพาะกาย คือ การทำให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย เพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อ(เส้นใยเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนะครับ ไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ)เกิดการฉีกขาด แล้วกล้ามเนื้อจะซ่อมแซมตัวเอง พร้อมทั้งทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น คราวนี้จะเห็นว่าเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตได้ แล้ว การฝึกครั้งหลังๆ เส้นใยกล้ามเนื้อจะไม่เสียหายอีก กล้ามเนื้อจะไม่พัฒนาอีก แก้ไขโดย เพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกขึ้นอีก หรือเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนความกว้างในการจับอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนท่าฝึกและ อีกสาเหตุก็เป็นเหมือนคำกล่าวในโฆษณา ที่นักกอล์ฟบอกว่า "ฝึกจนกล้ามเนื้อจำวงสวิงได้" หมายความว่า ในการฝึกทุกครั้งนอกจากกล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน แต่เป็นไปช้ากว่าการพัฒนาขนาดของกล้ามเนื้อ จะเห็นว่าคนที่เพิ่งเริ่มฝึกเพาะกาย จะกำหนดความรู้ึสึกไปที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งไม่ค่อยได้ แต่จะทำได้เองเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เพราะระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาดีขึ้น การพัฒนานี้ส่งผลให้กระแสประสาทที่ถูกส่งจากสมองไปสู้กล้ามเนื้อมีความแรง มากขึ้น กล้ามเนื้อก็จะมีแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ขนาดกล้ามเนื้อเท่าเดิม เมื่อเราฝึกแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน การเชื่อมโยงจะถูกทำให้การเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นโดยอัตโนมัติ และเราสามารถฝึกท่านั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 3266 คน
ทำไมการฝึกเพาะกายจึงควรเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึก และเปลี่ยนท่าฝึกบ้าง
การฝึกเพาะกายจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าฝึกที่ใช้ฝึก และเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกบ้างครับ จุดประสงค์คือ
- เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเคยชินกับท่าฝึกเดิมๆ
คำว่าเคย ชินก็คือ กล้ามเนื้อเราไม่พัฒนาจากการฝึกแบบนั้นแล้ว เนื่องจากการฝึกท่าเดิมๆ น้ำหนักเท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลักของการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยการเพาะกาย คือ การทำให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย เพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อ(เส้นใยเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนะครับ ไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ)เกิดการฉีกขาด แล้วกล้ามเนื้อจะซ่อมแซมตัวเอง พร้อมทั้งทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น คราวนี้จะเห็นว่าเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตได้ แล้ว การฝึกครั้งหลังๆ เส้นใยกล้ามเนื้อจะไม่เสียหายอีก กล้ามเนื้อจะไม่พัฒนาอีก แก้ไขโดย เพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกขึ้นอีก หรือเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนความกว้างในการจับอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนท่าฝึกและ อีกสาเหตุก็เป็นเหมือนคำกล่าวในโฆษณา ที่นักกอล์ฟบอกว่า "ฝึกจนกล้ามเนื้อจำวงสวิงได้" หมายความว่า ในการฝึกทุกครั้งนอกจากกล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน แต่เป็นไปช้ากว่าการพัฒนาขนาดของกล้ามเนื้อ จะเห็นว่าคนที่เพิ่งเริ่มฝึกเพาะกาย จะกำหนดความรู้ึสึกไปที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งไม่ค่อยได้ แต่จะทำได้เองเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เพราะระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาดีขึ้น การพัฒนานี้ส่งผลให้กระแสประสาทที่ถูกส่งจากสมองไปสู้กล้ามเนื้อมีความแรง มากขึ้น กล้ามเนื้อก็จะมีแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ขนาดกล้ามเนื้อเท่าเดิม เมื่อเราฝึกแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน การเชื่อมโยงจะถูกทำให้การเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นโดยอัตโนมัติ และเราสามารถฝึกท่านั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 3266 คน
ทำไมการฝึกเพาะกายจึงควรเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึก และเปลี่ยนท่าฝึกบ้าง
การฝึกเพาะกายจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าฝึกที่ใช้ฝึก และเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกบ้างครับ จุดประสงค์คือ
- เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเคยชินกับท่าฝึกเดิมๆ
คำว่าเคย ชินก็คือ กล้ามเนื้อเราไม่พัฒนาจากการฝึกแบบนั้นแล้ว เนื่องจากการฝึกท่าเดิมๆ น้ำหนักเท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลักของการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยการเพาะกาย คือ การทำให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย เพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อ(เส้นใยเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนะครับ ไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ)เกิดการฉีกขาด แล้วกล้ามเนื้อจะซ่อมแซมตัวเอง พร้อมทั้งทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น คราวนี้จะเห็นว่าเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตได้ แล้ว การฝึกครั้งหลังๆ เส้นใยกล้ามเนื้อจะไม่เสียหายอีก กล้ามเนื้อจะไม่พัฒนาอีก แก้ไขโดย เพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกขึ้นอีก หรือเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนความกว้างในการจับอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนท่าฝึกและ อีกสาเหตุก็เป็นเหมือนคำกล่าวในโฆษณา ที่นักกอล์ฟบอกว่า "ฝึกจนกล้ามเนื้อจำวงสวิงได้" หมายความว่า ในการฝึกทุกครั้งนอกจากกล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน แต่เป็นไปช้ากว่าการพัฒนาขนาดของกล้ามเนื้อ จะเห็นว่าคนที่เพิ่งเริ่มฝึกเพาะกาย จะกำหนดความรู้ึสึกไปที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งไม่ค่อยได้ แต่จะทำได้เองเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เพราะระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาดีขึ้น การพัฒนานี้ส่งผลให้กระแสประสาทที่ถูกส่งจากสมองไปสู้กล้ามเนื้อมีความแรง มากขึ้น กล้ามเนื้อก็จะมีแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ขนาดกล้ามเนื้อเท่าเดิม เมื่อเราฝึกแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน การเชื่อมโยงจะถูกทำให้การเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นโดยอัตโนมัติ และเราสามารถฝึกท่านั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 3266 คน
ทำไมการฝึกเพาะกายจึงควรเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึก และเปลี่ยนท่าฝึกบ้าง
การฝึกเพาะกายจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าฝึกที่ใช้ฝึก และเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกบ้างครับ จุดประสงค์คือ
- เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเคยชินกับท่าฝึกเดิมๆ
คำว่าเคย ชินก็คือ กล้ามเนื้อเราไม่พัฒนาจากการฝึกแบบนั้นแล้ว เนื่องจากการฝึกท่าเดิมๆ น้ำหนักเท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลักของการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยการเพาะกาย คือ การทำให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย เพื่อให้เส้นใยกล้ามเนื้อ(เส้นใยเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนะครับ ไม่ใช้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ)เกิดการฉีกขาด แล้วกล้ามเนื้อจะซ่อมแซมตัวเอง พร้อมทั้งทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อที่เสียหายแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น คราวนี้จะเห็นว่าเมื่อกล้ามเนื้อพัฒนาเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตได้ แล้ว การฝึกครั้งหลังๆ เส้นใยกล้ามเนื้อจะไม่เสียหายอีก กล้ามเนื้อจะไม่พัฒนาอีก แก้ไขโดย เพิ่มน้ำหนักที่ใช้ฝึกขึ้นอีก หรือเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนความกว้างในการจับอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนท่าฝึกและ อีกสาเหตุก็เป็นเหมือนคำกล่าวในโฆษณา ที่นักกอล์ฟบอกว่า "ฝึกจนกล้ามเนื้อจำวงสวิงได้" หมายความว่า ในการฝึกทุกครั้งนอกจากกล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน แต่เป็นไปช้ากว่าการพัฒนาขนาดของกล้ามเนื้อ จะเห็นว่าคนที่เพิ่งเริ่มฝึกเพาะกาย จะกำหนดความรู้ึสึกไปที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งไม่ค่อยได้ แต่จะทำได้เองเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก เพราะระบบประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาดีขึ้น การพัฒนานี้ส่งผลให้กระแสประสาทที่ถูกส่งจากสมองไปสู้กล้ามเนื้อมีความแรง มากขึ้น กล้ามเนื้อก็จะมีแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ขนาดกล้ามเนื้อเท่าเดิม เมื่อเราฝึกแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน การเชื่อมโยงจะถูกทำให้การเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบนั้นโดยอัตโนมัติ และเราสามารถฝึกท่านั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 3266 คน
เพาะกายจำเป็นต้องเล่นทุกวันไหมครับ
มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคุย m เกี่ยวกับการเพาะกายและการออกกำลังกายกันบ่อยๆ ให้ผมช่วยตอบคำถามนี้ในพันทิพหน่อย ผมเลยตอบไว้ที่เว็บนี้ดีกว่า แล้วให้ก็อปไปวางในพันทิพ หรือให้ลิงค์มาที่เว็บนี้ดีกว่า เพื่อเพื่อนๆ ที่นี่ได้อ่านด้วย
ตอบ
การเล่นเวทเราจะไม่เล่นทุกวันครับ
เพราะการเล่นเวทเราทำให้กล้ามเนื้อเสียหายนิดหน่อย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตรงนั้นให้แข็งแรงกว่าเดิม และมีเส้นใยกล้ามเนื้อหนากว่าเดิม เพื่อป้องกันการเสียหายอีก เราเลยมีกล้ามเนื้อที่หนาขึ้น
แต่กระบวนการนี้จะใช้เวลา 36 ชั่วโมง หรือ 1 วันครึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้การซ่อมแซมนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์
เพราะหากซ่อมแซมได้สมบูรณ์เราจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นและขนาดที่ใหญ่ขึ้น
แต่ที่แย่ที่สุดที่เราพอรับได้คือ ร่างกายสามารถซ่อมแซมกลับมาได้เท่าเดิมเท่านั้น ทำให้เรายังแข็งแรงเท่าเดิม ขนาดของกล้ามเนื้อก็เท่าเดิม เหนื่อยเปล่าแต่ร่างกายไม่พัฒนา
แต่ที่แย่ที่สุดคือการที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ไม่เต็มที่ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ไม่ทั้งหมด แต่ครบ 36 ชั่วโมงซะก่อน ร่างกายจึงหยุดซ่อมแซมส่วนนั้น ทำให้การสึกหรอยังคงอยู่แต่จะไม่ได้รับการซ่อมแซมอีก หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะลดลง และขนาดจะลดลง หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อแกร็น
- บล็อกของ 'golfz'
- 1 comment
- ผู้อ่าน 6562 คน
เพาะกายจำเป็นต้องเล่นทุกวันไหมครับ
มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคุย m เกี่ยวกับการเพาะกายและการออกกำลังกายกันบ่อยๆ ให้ผมช่วยตอบคำถามนี้ในพันทิพหน่อย ผมเลยตอบไว้ที่เว็บนี้ดีกว่า แล้วให้ก็อปไปวางในพันทิพ หรือให้ลิงค์มาที่เว็บนี้ดีกว่า เพื่อเพื่อนๆ ที่นี่ได้อ่านด้วย
ตอบ
การเล่นเวทเราจะไม่เล่นทุกวันครับ
เพราะการเล่นเวทเราทำให้กล้ามเนื้อเสียหายนิดหน่อย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตรงนั้นให้แข็งแรงกว่าเดิม และมีเส้นใยกล้ามเนื้อหนากว่าเดิม เพื่อป้องกันการเสียหายอีก เราเลยมีกล้ามเนื้อที่หนาขึ้น
แต่กระบวนการนี้จะใช้เวลา 36 ชั่วโมง หรือ 1 วันครึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้การซ่อมแซมนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์
เพราะหากซ่อมแซมได้สมบูรณ์เราจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นและขนาดที่ใหญ่ขึ้น
แต่ที่แย่ที่สุดที่เราพอรับได้คือ ร่างกายสามารถซ่อมแซมกลับมาได้เท่าเดิมเท่านั้น ทำให้เรายังแข็งแรงเท่าเดิม ขนาดของกล้ามเนื้อก็เท่าเดิม เหนื่อยเปล่าแต่ร่างกายไม่พัฒนา
แต่ที่แย่ที่สุดคือการที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ไม่เต็มที่ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ไม่ทั้งหมด แต่ครบ 36 ชั่วโมงซะก่อน ร่างกายจึงหยุดซ่อมแซมส่วนนั้น ทำให้การสึกหรอยังคงอยู่แต่จะไม่ได้รับการซ่อมแซมอีก หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะลดลง และขนาดจะลดลง หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อแกร็น
- บล็อกของ 'golfz'
- 1 comment
- ผู้อ่าน 6562 คน
เพาะกายจำเป็นต้องเล่นทุกวันไหมครับ
มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคุย m เกี่ยวกับการเพาะกายและการออกกำลังกายกันบ่อยๆ ให้ผมช่วยตอบคำถามนี้ในพันทิพหน่อย ผมเลยตอบไว้ที่เว็บนี้ดีกว่า แล้วให้ก็อปไปวางในพันทิพ หรือให้ลิงค์มาที่เว็บนี้ดีกว่า เพื่อเพื่อนๆ ที่นี่ได้อ่านด้วย
ตอบ
การเล่นเวทเราจะไม่เล่นทุกวันครับ
เพราะการเล่นเวทเราทำให้กล้ามเนื้อเสียหายนิดหน่อย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตรงนั้นให้แข็งแรงกว่าเดิม และมีเส้นใยกล้ามเนื้อหนากว่าเดิม เพื่อป้องกันการเสียหายอีก เราเลยมีกล้ามเนื้อที่หนาขึ้น
แต่กระบวนการนี้จะใช้เวลา 36 ชั่วโมง หรือ 1 วันครึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้การซ่อมแซมนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์
เพราะหากซ่อมแซมได้สมบูรณ์เราจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นและขนาดที่ใหญ่ขึ้น
แต่ที่แย่ที่สุดที่เราพอรับได้คือ ร่างกายสามารถซ่อมแซมกลับมาได้เท่าเดิมเท่านั้น ทำให้เรายังแข็งแรงเท่าเดิม ขนาดของกล้ามเนื้อก็เท่าเดิม เหนื่อยเปล่าแต่ร่างกายไม่พัฒนา
แต่ที่แย่ที่สุดคือการที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ไม่เต็มที่ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ไม่ทั้งหมด แต่ครบ 36 ชั่วโมงซะก่อน ร่างกายจึงหยุดซ่อมแซมส่วนนั้น ทำให้การสึกหรอยังคงอยู่แต่จะไม่ได้รับการซ่อมแซมอีก หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะลดลง และขนาดจะลดลง หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อแกร็น
- บล็อกของ 'golfz'
- 1 comment
- ผู้อ่าน 6562 คน
เพาะกายจำเป็นต้องเล่นทุกวันไหมครับ
มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคุย m เกี่ยวกับการเพาะกายและการออกกำลังกายกันบ่อยๆ ให้ผมช่วยตอบคำถามนี้ในพันทิพหน่อย ผมเลยตอบไว้ที่เว็บนี้ดีกว่า แล้วให้ก็อปไปวางในพันทิพ หรือให้ลิงค์มาที่เว็บนี้ดีกว่า เพื่อเพื่อนๆ ที่นี่ได้อ่านด้วย
ตอบ
การเล่นเวทเราจะไม่เล่นทุกวันครับ
เพราะการเล่นเวทเราทำให้กล้ามเนื้อเสียหายนิดหน่อย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตรงนั้นให้แข็งแรงกว่าเดิม และมีเส้นใยกล้ามเนื้อหนากว่าเดิม เพื่อป้องกันการเสียหายอีก เราเลยมีกล้ามเนื้อที่หนาขึ้น
แต่กระบวนการนี้จะใช้เวลา 36 ชั่วโมง หรือ 1 วันครึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้การซ่อมแซมนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์
เพราะหากซ่อมแซมได้สมบูรณ์เราจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นและขนาดที่ใหญ่ขึ้น
แต่ที่แย่ที่สุดที่เราพอรับได้คือ ร่างกายสามารถซ่อมแซมกลับมาได้เท่าเดิมเท่านั้น ทำให้เรายังแข็งแรงเท่าเดิม ขนาดของกล้ามเนื้อก็เท่าเดิม เหนื่อยเปล่าแต่ร่างกายไม่พัฒนา
แต่ที่แย่ที่สุดคือการที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ไม่เต็มที่ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ไม่ทั้งหมด แต่ครบ 36 ชั่วโมงซะก่อน ร่างกายจึงหยุดซ่อมแซมส่วนนั้น ทำให้การสึกหรอยังคงอยู่แต่จะไม่ได้รับการซ่อมแซมอีก หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะลดลง และขนาดจะลดลง หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อแกร็น
- บล็อกของ 'golfz'
- 1 comment
- ผู้อ่าน 6562 คน



