โภชนาการ
แคลอรี่ ไม่แตกต่างกันจริงหรือ?
หากพลังงานที่รับเข้ามา (จากอาหารที่รับประทานเข้าไป) เท่ากับพลังงานที่ใช้ออกไป น้ำหนักตัวย่อมจะคงที่ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไปจากความสมดุลนี้จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว สิ่งที่พบได้มากที่สุดในทุกวันนี้คือ ความสมดุลของพลังงานเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากการบริโภคอาหารเกินจึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่แคลอรี่ทุกประเภท ไม่แตกต่างกันจริงหรือ หรือเราควรจะมาพิจารณาสารอาหารแต่ละตัวที่ให้แคลอรี่ ดีหรือไม่?
แคลอรี่เป็นเพียงแค่วิธีการในการวัดพลังงาน
อัตราการเผาผลาญพลังงานปกติจะวัดหน่วยเป็น กิโลจูลส์ หรือกิโลแคลอรี่ ซึ่งมักจะใช้ตัวย่อว่า “แคลอรี่” โดยทั่วไปอัตราเผาผลาญพลังงานสำหรับผู้ใหญ่ที่ระดับการทำกิจกรรมของร่างกายอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลางจะอยู่ที่ประมาณ 2000 แคลอรี่
คนเราใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ขณะกำลังหลับร่างกายก็ยังใช้พลังงาน ระดับการใช้พลังงานต่ำที่สุดรู้จักกันในชื่อ Basal Metabolic Rate หรือ BMR (อัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นต่ำสุด) BMR ของแต่ละคนแตกต่างกันและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณร้อยละของเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ ความต้องการในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สุขภาวะ และอุณหภูมิแวดล้อม (ดูตาราง 1)
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 1642 คน
แคลอรี่ ไม่แตกต่างกันจริงหรือ?
หากพลังงานที่รับเข้ามา (จากอาหารที่รับประทานเข้าไป) เท่ากับพลังงานที่ใช้ออกไป น้ำหนักตัวย่อมจะคงที่ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไปจากความสมดุลนี้จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว สิ่งที่พบได้มากที่สุดในทุกวันนี้คือ ความสมดุลของพลังงานเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากการบริโภคอาหารเกินจึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่แคลอรี่ทุกประเภท ไม่แตกต่างกันจริงหรือ หรือเราควรจะมาพิจารณาสารอาหารแต่ละตัวที่ให้แคลอรี่ ดีหรือไม่?
แคลอรี่เป็นเพียงแค่วิธีการในการวัดพลังงาน
อัตราการเผาผลาญพลังงานปกติจะวัดหน่วยเป็น กิโลจูลส์ หรือกิโลแคลอรี่ ซึ่งมักจะใช้ตัวย่อว่า “แคลอรี่” โดยทั่วไปอัตราเผาผลาญพลังงานสำหรับผู้ใหญ่ที่ระดับการทำกิจกรรมของร่างกายอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลางจะอยู่ที่ประมาณ 2000 แคลอรี่
คนเราใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ขณะกำลังหลับร่างกายก็ยังใช้พลังงาน ระดับการใช้พลังงานต่ำที่สุดรู้จักกันในชื่อ Basal Metabolic Rate หรือ BMR (อัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นต่ำสุด) BMR ของแต่ละคนแตกต่างกันและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณร้อยละของเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ ความต้องการในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สุขภาวะ และอุณหภูมิแวดล้อม (ดูตาราง 1)
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 1642 คน
พีระมิดอาหาร ความเชื่อที่ผิด
จำพีระมิดอาหารสมัยที่เราเรียนได้มั้ยครับ เราเรียนเหมือนกันทั้งโลกครับ เพราะองค์การอนามัยโลกเคยกำหนดไว้เมื่อสมัยดึกดำบรรพ์นู้นเลย(นอกจากนี้ยัง มีองค์กรอื่นๆ กำหนดของสัตว์ชนิดอื่นๆ ไว้ด้วย แต่เราไม่ต้องสนใจหรอกครับ อิอิ)
ใครที่ยังงงอยู่ก็ดูรูปเพื่อฟื้นความจำเลยครับ
ใคร ดูรูปแล้วยังงงอีก ผมจะอธิบายให้ฟังครับว่าเค้ากำหนดไว้ว่าอย่างไร
1. ฐานชั้นล่างสุด เป็นพื้นที่ของอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่สุดของร่างกาย ได้แก่ ข้าว ข้าว โพด แป้ง เผือก มัน ธัญพืช ขนมปัง ซีเรียล อาหารจำพวกเส้น
ในกลุ่มนี้แนะนำให้ บริโภค 6-11 เสิร์ฟ ต่อวัน ถือเป็นสัดส่วนอาหารที่ยอมให้ กินได้มากที่สุด ข้าว 1 เสิร์ฟ มีปริมาณ 1/2 ถ้วยตวง หรือเท่ากับขนมปัง ปอนด์ 1 แผ่น เส้นพาสต้า 1/2 ถ้วยตวง ซีเรียลประมาณ 1 ออนซ์ ข้าวโพด 1 ฝัก ย่อม หรือที่แกะเมล็ดแล้ว 1/2 ถ้วยตวง สารอาหารสำคัญที่สุดที่ได้รับจาก อาหารกลุ่มนี้ นอกจากพลังงานคือวิตามินบีจำนวนมหาศาลที่มีอยู่ในอาหารจำพวก ข้าวและธัญพืชต่างๆ กับธาตุเหล็กที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรง ของร่างกาย
- บล็อกของ 'golfz'
- 2 ความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 4082 คน
- หมวดหมู่: โภชนาการ
- tags: พีระมิดอาหาร
พีระมิดอาหาร ความเชื่อที่ผิด
จำพีระมิดอาหารสมัยที่เราเรียนได้มั้ยครับ เราเรียนเหมือนกันทั้งโลกครับ เพราะองค์การอนามัยโลกเคยกำหนดไว้เมื่อสมัยดึกดำบรรพ์นู้นเลย(นอกจากนี้ยัง มีองค์กรอื่นๆ กำหนดของสัตว์ชนิดอื่นๆ ไว้ด้วย แต่เราไม่ต้องสนใจหรอกครับ อิอิ)
ใครที่ยังงงอยู่ก็ดูรูปเพื่อฟื้นความจำเลยครับ
ใคร ดูรูปแล้วยังงงอีก ผมจะอธิบายให้ฟังครับว่าเค้ากำหนดไว้ว่าอย่างไร
1. ฐานชั้นล่างสุด เป็นพื้นที่ของอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่สุดของร่างกาย ได้แก่ ข้าว ข้าว โพด แป้ง เผือก มัน ธัญพืช ขนมปัง ซีเรียล อาหารจำพวกเส้น
ในกลุ่มนี้แนะนำให้ บริโภค 6-11 เสิร์ฟ ต่อวัน ถือเป็นสัดส่วนอาหารที่ยอมให้ กินได้มากที่สุด ข้าว 1 เสิร์ฟ มีปริมาณ 1/2 ถ้วยตวง หรือเท่ากับขนมปัง ปอนด์ 1 แผ่น เส้นพาสต้า 1/2 ถ้วยตวง ซีเรียลประมาณ 1 ออนซ์ ข้าวโพด 1 ฝัก ย่อม หรือที่แกะเมล็ดแล้ว 1/2 ถ้วยตวง สารอาหารสำคัญที่สุดที่ได้รับจาก อาหารกลุ่มนี้ นอกจากพลังงานคือวิตามินบีจำนวนมหาศาลที่มีอยู่ในอาหารจำพวก ข้าวและธัญพืชต่างๆ กับธาตุเหล็กที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรง ของร่างกาย
- บล็อกของ 'golfz'
- 2 ความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 4082 คน
- หมวดหมู่: โภชนาการ
- tags: พีระมิดอาหาร
อาหารในหนึ่งวันของผม
ในวันฝึก
8.00:ไข่ดาว4ฟอง ขนมปัง4แผ่น นม2แก้ว น้ำผลไม้1แก้ว หรือผลไม้1ผล
10.00:บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป4ซอง ต้มพร้อมกับไข่5ฟอง
12.00:เนื้อ10กรัม4ชิ้นข้าว3ทัพพี นม2แก้ว
15.00:ข้าว4ทัพพี ไข่4ใบ นม1แก้ว
ก่อนฝึก:เวย์โปรตีน1สกูป หรืออะมิโนแอดซิด3เม็ด
หลังฝึก:เวย์โปรตีน1สกูป หรืออะมิโนแอซิด3เม็ด
18.00:ไข่ดาว4ใบ เนื้อหมู หรือไก่4ใหญ่ ขนมปัง4แผ่น หรือข้าว4ทัพพี
20.00:โปรตีนผงสกัดจากถั่วเหลือง(คนละแบกับเวย์)1สกูป นม3แก้ว
ก่อนนอ:น
- บล็อกของ 'อัครพนธ์'
- 1 comment
- ผู้อ่าน 1513 คน
อาหารในหนึ่งวันของผม
ในวันฝึก
8.00:ไข่ดาว4ฟอง ขนมปัง4แผ่น นม2แก้ว น้ำผลไม้1แก้ว หรือผลไม้1ผล
10.00:บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป4ซอง ต้มพร้อมกับไข่5ฟอง
12.00:เนื้อ10กรัม4ชิ้นข้าว3ทัพพี นม2แก้ว
15.00:ข้าว4ทัพพี ไข่4ใบ นม1แก้ว
ก่อนฝึก:เวย์โปรตีน1สกูป หรืออะมิโนแอดซิด3เม็ด
หลังฝึก:เวย์โปรตีน1สกูป หรืออะมิโนแอซิด3เม็ด
18.00:ไข่ดาว4ใบ เนื้อหมู หรือไก่4ใหญ่ ขนมปัง4แผ่น หรือข้าว4ทัพพี
20.00:โปรตีนผงสกัดจากถั่วเหลือง(คนละแบกับเวย์)1สกูป นม3แก้ว
ก่อนนอ:น
- บล็อกของ 'อัครพนธ์'
- 1 comment
- ผู้อ่าน 1513 คน
ไขมันเสพติดได้
เชื่อกันมานานว่าอาหารที่มีไขมันสูงๆ สร้างความอยากอาหารให้กับคน ด้วยคำอธิบายว่าคนเราต้องการสำรองพลังงาน การวิวัฒนาการจึงทำให้เราต้องการสะสมไขมันไว้มากๆ แต่แนวทางใหม่ก็ได้อธิบายว่าไขมันนั้นอาจจะกระตุ้นให้คนเราบริโภคไขมันเกิน ขนาดในแบบเดียวกับที่เราติดสารเสพติด
งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยดร. Paul J. Kenny และทีมงาน พวกเขาแยกหนูทดลองออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกให้อาหารปรกติ กลุ่มที่สองให้อาหารไขมันสูงวันละหนึ่งชั่วโมง และกลุ่มที่สามให้อาหารไขมันสูงวันละ 23 ชั่วโมง
ขณะที่น้ำหนักของหนูที่ได้รับไขมันสูงๆ เพิ่มขึ้น ที่น่าสนใจคือสมองมีความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน โดยหนูกลุ่มที่ได้รับไขมันสูงมากๆ เริ่มมีความ "ทนทาน" ต่อความพึงพอใจในอาหารไขมันสูงเหล่านั้น ทำให้มันต้องกินอาหารไขมันสูงมากขึ้นเรีื่อยๆ เพื่อที่จะได้รับความพึงพอใจต่ออาหารเท่าเดิม
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิทยาการที่สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ ของเราเอง เนื่องจากแต่เดิมการหาไขมันมาบริโภคเป็นเรื่องทำได้ยากเนื่องจากต้องอาศัย ธัญพืชปริมาณสูงๆ หรือการล่าสัตว์ (ซึ่งทำได้ยาก) แต่ทุกวันนี้เรากลับหาไขมันมาบริโภคได้โดยง่ายเช่นเดียวกับโคเคน ที่เราสามารถสังเคราะห์ได้ความบริสุทธิ์ที่สูงมาก ขณะที่ใบโคคามีจำกัด การการบริโภคก็ไม่มีประสิทธิภาพนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 1077 คน
ไขมันเสพติดได้
เชื่อกันมานานว่าอาหารที่มีไขมันสูงๆ สร้างความอยากอาหารให้กับคน ด้วยคำอธิบายว่าคนเราต้องการสำรองพลังงาน การวิวัฒนาการจึงทำให้เราต้องการสะสมไขมันไว้มากๆ แต่แนวทางใหม่ก็ได้อธิบายว่าไขมันนั้นอาจจะกระตุ้นให้คนเราบริโภคไขมันเกิน ขนาดในแบบเดียวกับที่เราติดสารเสพติด
งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยดร. Paul J. Kenny และทีมงาน พวกเขาแยกหนูทดลองออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกให้อาหารปรกติ กลุ่มที่สองให้อาหารไขมันสูงวันละหนึ่งชั่วโมง และกลุ่มที่สามให้อาหารไขมันสูงวันละ 23 ชั่วโมง
ขณะที่น้ำหนักของหนูที่ได้รับไขมันสูงๆ เพิ่มขึ้น ที่น่าสนใจคือสมองมีความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน โดยหนูกลุ่มที่ได้รับไขมันสูงมากๆ เริ่มมีความ "ทนทาน" ต่อความพึงพอใจในอาหารไขมันสูงเหล่านั้น ทำให้มันต้องกินอาหารไขมันสูงมากขึ้นเรีื่อยๆ เพื่อที่จะได้รับความพึงพอใจต่ออาหารเท่าเดิม
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิทยาการที่สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ ของเราเอง เนื่องจากแต่เดิมการหาไขมันมาบริโภคเป็นเรื่องทำได้ยากเนื่องจากต้องอาศัย ธัญพืชปริมาณสูงๆ หรือการล่าสัตว์ (ซึ่งทำได้ยาก) แต่ทุกวันนี้เรากลับหาไขมันมาบริโภคได้โดยง่ายเช่นเดียวกับโคเคน ที่เราสามารถสังเคราะห์ได้ความบริสุทธิ์ที่สูงมาก ขณะที่ใบโคคามีจำกัด การการบริโภคก็ไม่มีประสิทธิภาพนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 1077 คน
ไขมันเสพติดได้
เชื่อกันมานานว่าอาหารที่มีไขมันสูงๆ สร้างความอยากอาหารให้กับคน ด้วยคำอธิบายว่าคนเราต้องการสำรองพลังงาน การวิวัฒนาการจึงทำให้เราต้องการสะสมไขมันไว้มากๆ แต่แนวทางใหม่ก็ได้อธิบายว่าไขมันนั้นอาจจะกระตุ้นให้คนเราบริโภคไขมันเกิน ขนาดในแบบเดียวกับที่เราติดสารเสพติด
งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยดร. Paul J. Kenny และทีมงาน พวกเขาแยกหนูทดลองออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกให้อาหารปรกติ กลุ่มที่สองให้อาหารไขมันสูงวันละหนึ่งชั่วโมง และกลุ่มที่สามให้อาหารไขมันสูงวันละ 23 ชั่วโมง
ขณะที่น้ำหนักของหนูที่ได้รับไขมันสูงๆ เพิ่มขึ้น ที่น่าสนใจคือสมองมีความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน โดยหนูกลุ่มที่ได้รับไขมันสูงมากๆ เริ่มมีความ "ทนทาน" ต่อความพึงพอใจในอาหารไขมันสูงเหล่านั้น ทำให้มันต้องกินอาหารไขมันสูงมากขึ้นเรีื่อยๆ เพื่อที่จะได้รับความพึงพอใจต่ออาหารเท่าเดิม
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิทยาการที่สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ ของเราเอง เนื่องจากแต่เดิมการหาไขมันมาบริโภคเป็นเรื่องทำได้ยากเนื่องจากต้องอาศัย ธัญพืชปริมาณสูงๆ หรือการล่าสัตว์ (ซึ่งทำได้ยาก) แต่ทุกวันนี้เรากลับหาไขมันมาบริโภคได้โดยง่ายเช่นเดียวกับโคเคน ที่เราสามารถสังเคราะห์ได้ความบริสุทธิ์ที่สูงมาก ขณะที่ใบโคคามีจำกัด การการบริโภคก็ไม่มีประสิทธิภาพนัก
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 1077 คน
บริโภคโปรตีนในตอนเช้า มีส่วนช่วยลดน้ำหนัก
งานวิจัยฉบับใหม่ ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร British Journal of Nutrition บอกว่า การบริโภคอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูงในตอนเช้า จะทำให้รู้สึกมีพลังตลอดทั้งวัน
จากผลการวิจัย ทำให้นักวิจัยสามารถสรุปได้ว่า เมื่อกลุ่มตัวอย่างบริโภคโปรตีนที่มีคุณภาพสูง อย่างเช่น ไข่, เบคอน เป็นอาหารเช้า จะทำให้รู้สึกอิ่มได้ยาวนานตลอดวัน เมื่อเปรียบกับการบริโภคในมื้อเย็นหรือกลางวัน
นอกจากนี้ การเพิ่มปริมาณโปรตีนที่บริโภคในตอนเช้า ยังช่วยทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก สามารถควบคุมน้ำหนักของตัวเองได้ดีขึ้น
- บล็อกของ 'golfz'
- ลงชื่อเข้าใช้งาน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
- ผู้อ่าน 4636 คน



